ตามกฎหมายแล้ว โรงงานและอาคารประเภทไหนบ้างที่ต้องจัดให้มีการตรวจระบบไฟฟ้าประจำปี?
ตามกฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับไฟฟ้า กำหนดให้สถานประกอบการที่มีการใช้ไฟฟ้า (โดยเฉพาะกลุ่มโรงงานอุตสาหกรรมและอาคารควบคุมขนาดใหญ่) ต้องจัดให้มีการตรวจสอบระบบไฟฟ้าและรับรองความปลอดภัยเป็นประจำทุกปี อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง โดยต้องดำเนินการโดยวิศวกรไฟฟ้าที่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ (กว.) และจัดทำรายงานส่งกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานครับ
งานบำรุงรักษาเชิงป้องกัน (Preventive Maintenance - PM) ต่างจากการตรวจไฟฟ้าทั่วไปอย่างไร?
การตรวจทั่วไปอาจเป็นการตรวจสอบด้วยสายตา (Visual Inspection) เพื่อดูความผิดปกติภายนอกและออกใบรับรอง
แต่การทำ PM (Preventive Maintenance) คือการลงลึกเพื่อยืดอายุใช้งานและลดความเสี่ยงระบบล่ม เช่น การทำความสะอาดคราบฝุ่นในตู้ MDB, การกวดขันขันแน่นของจุดต่อสายไฟต่างๆ (ซึ่งมักคลายตัวจากแรงสั่นสะเทือน), การตรวจเช็คประสิทธิภาพของสวิตช์ตัดตอนอัตโนมัติ (Circuit Breaker) และการบำรุงรักษาหม้อแปลงไฟฟ้า เพื่อป้องกันการชำรุดเสียหายล่วงหน้าก่อนที่อุปกรณ์จะพังจนทำให้ไลน์การผลิตต้องหยุดชะงัก
การสแกนความร้อนด้วยกล้องอินฟราเรด (Thermo Scan) มีความจำเป็นอย่างไรในงานตรวจไฟประจำปี?
จำเป็นและสำคัญมากครับ! เนื่องจากกระแสไฟฟ้าที่ไหลผ่านจุดต่อสายที่หลวมหรืออุปกรณ์ที่เสื่อมสภาพจะสร้าง "ความร้อนสะสม" ซึ่งเราไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า การใช้เทคโนโลยี Thermo Scan จะช่วยให้วิศวกรตรวจพบจุดที่มีอุณหภูมิสูงผิดปกติได้อย่างแม่นยำก่อนที่จะเกิดการสปาร์ก (Spark) หลอมละลาย หรือนำไปสู่การเกิดเพลิงไหม้ โดยสามารถตรวจวัดได้ในขณะที่โรงงานยังเดินเครื่องจักรตามปกติ ไม่ต้องหยุดการผลิตครับ
ขอบเขตงานบริการตรวจไฟฟ้าประจำปีของ WACHICH ครอบคลุมส่วนใดบ้าง?
- ตรวจสอบตู้จ่ายไฟฟ้าหลัก (MDB), ตู้ควบคุมย่อย (DB)
- ตรวจสอบระบบสายดิน (Grounding System) และวัดค่าความต้านทานดินหลัก
- สแกนกล้องอินฟราเรดตรวจความร้อน (Infrared Thermography)
- ตรวจสอบหม้อแปลงไฟฟ้า (Transformer) และระบบไฟแรงสูง
- ออกเอกสารรายงานผลการตรวจสอบและใบรับรองความปลอดภัยระบบไฟฟ้า เซ็นรับรองโดยวิศวกรถูกต้องตามกฎหมาย